ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

บทความ

กำลังแสดงโพสต์จาก กันยายน, 2021

2. Simple Sabotage Field Manual

ในปี 1944 สำนักงานบริการยุทธศาสตร์ซึ่งเป็นบรรพบุรุษของ CIA ได้ตีพิมพ์ คู่มือการก่อวินาศกรรมอย่างง่าย (Simple Sabotage Field Manual ) ซึ่งเป็นแนวทางในการทำลายศัตรู พร้อมกับแนะนำการกระทำของป่าเถื่อน (เฉือนยางเครื่องยนต์เกลือ), คู่มือที่มีแปดกลยุทธ์ที่ดูเหมือนจะไม่น่ากลัว แต่น่ากลัวกว่านั้นคือเมล็ดพันธ์แห่งมารร้ายที่ฝังอยู่ในจิตใจ กล่าวได้ว่า Simple Sabotage Field Manual คือสีสันของกลยุทธ์แนววินเทจ ที่แต่งแต้มความหฤหรรษ์อันน่าตื่นเต้นให้กับผู้คนเมื่อกว่าเจ็ดสิบปีที่ผ่านมา กลยุทธ์เหล่านี้ไม่เพียงแต่ยังคงทำงานเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน โดยเจตนาหรือไม่ก็ตาม ทว่าความตั้งใจเหล่าน้ันแทรกซึมอยู่วิถีชีวิตในทุกรูปแบบ ทั้งในธุรกิจและองค์กร การประชุมระดับชาติ แม้แต่การอภิปรายในครอบครัว ต้นกำเนิดของความขัดแย้ง การว่าร้ายและการทำร้าย นำไปสู่สงครามที่ไม่มีวันสิ้นสุด อ่านดี ๆ มีประโยชน์ Simple Sabotage Field Manual สะท้อนให้เห็นด้านมืดในจิตใจมนุษย์ทุกยุคทุกสมัย แม้ในปัจจุบันการแข่งขันด้านเศรษฐกิจ วิทยาการ ภายใต้กระแสทุนนิยม และความมั่งคั่งพรั่งพร้อมทางด้านวัตถุ ภายใต้กระแสการแข่งขันอันเชี่ยวกรา...

1. Metamorphosis

มนต์เสน่ห์ของเรื่องสั้นนั้น มักจะจบแบบพลิกความคาดหมาย หรือจบแบบทิ้งให้คิด "เช้าวันหนึ่ง เมื่อเกรกอร์ ซามซาตื่นขึ้นจากความฝันอันสับสน เขาพบว่าตนเองได้กลายเป็นแมลงยักษ์ไปเสียแล้ว" เรื่องสั้นขนาดยาวเรื่องนี้เริ่มต้นด้วยประโยคที่ดูเหนือจริง ลึกลับ ไร้ที่มาที่ไปเช่นนี้ ใช่ คุณอ่านไม่ผิด—แมลง แถมยังเป็น แมลงขนาดยักษ์ เสียด้วย เมื่อแมลงมาอยู่ในบ้านแล้วจะเกิดการเปลี่ยนแปลง อย่างไร? ฟรานซ์ คาฟกา ได้ถักทอเรื่องราวเหนือจริงเกินคาดเดา ในรูปแบบวรรณกรรมที่เรียบง่าย ทว่าซับซ้อนในบริบทแห่งความหมาย —และนั่นก็คือ Metamorphosis —หลังจากอ่านเรื่องสั้น Metamorphosis ของ Franz Kafka นักเขียนชาวเยอรมัน ความยาว 60 กว่าหน้าจบ สิ่งที่เหลืออยู่คือความรู้สึกโหวงๆโล่งๆ แต่น่ากระอักกระอ่วนอย่างประหลาด —อาจจะด้วยประเด็นของเรื่องที่ชวนให้สิ้นหวัง ลีลาการเขียนที่ไม่คุ้นชิน และเหนืออื่นใดคือ ชิ้นส่วนทัศนคติของนักเขียน ที่แทรกซึม ในทุกตัวอักษรราวกับเคลือบด้วยสารปริศนา ที่อาจเป็นยาพิษหรือ น้ำเชื่อมก็สุดจะรู้ตราบเท่าที่ยังไม่ได้ลิ้มลอง

หนังสือ Classic คืออะไร ?

หนังสือ Classic คืออะไร ? พูดภาษาชาวบ้านก็คือ "หนังสือแปล" ภาษาสวยขึ้นมาหน่อยก็คือ "วรรณกรรมแปลคลาสสิค" ส่วนใหญ่อายุเป็นร้อยปี แล้วดีอย่างไร ดีตรงที่.. คุณค่าของหนังสือเก่าแก่ที่อยู่เหนือกาลเวลา หายาก อ่านยาก เข้าใจยาก แต่มีเรื่องราวลึกซึ้งอยู่มากมายแฝงอยู่ในหนังสือเหล่านั้น พูดอีกอย่างคือ ที่หนังสือเหล่านั้นเป็นงาน Classic ไม่ใช่เพราะอ่านยาก แต่เป็นเพราะ 'ดีและมีคุณค่า' งานเขียนที่ดีจึงไม่เรียกร้องเวลา เพราะจิตวิญญาณที่แฝงมาในรูปแบบภาษาจะคงอยู่ในหัวใจผู้อ่านไปตลอดกาล หนังสือคลาสสิคไม่นิยมอิงแอบเสนอสัจธรรมราคาถูก ไม่คบค้าสมาคมกับคำคมดาษดื่นอ่อนด้อยไร้ค่า ทว่าเผยตัวเองอย่างตรงไปตรงมา เต็มไปด้วยชั้นเชิง ลีลา และท่วงทำนองที่งดงามราวบทกวีที่ไพเราะ เราแบ่งหนังสือ Classic ออกเป็น 2 ชุดงาน 1. วรรณกรรมโลกสมมติ เหล่านักเขียนในชุดงานนี้สร้าง 'โลกสมมติ' เพื่อสะท้อนความเหลวแหลกของสังคม การกดขี่ที่ต้องถูกกำจัด และท้าทายผู้มีอำนาจอย่างน่าเกรงขาม 2. วรรณกรรมในวงเล็บ ชุดงานเปลือยเนื้อแท้และพฤติกรรมของผู้คนเพื่อย้ำเตือนให้เราเข้าใจความเป็นมนุษย์ แหวกม่านประ...